ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ

สวัสดีค่ะ ขอแสดงความยินดี กันเพื่อนๆ น้องๆ หลานๆทุกคน ที่ส่งงานผ่านกันไปด้วยดีค่ะ ส่วนผู้ที่ยังส่งไม่ผ่าน ก็สู้ๆกันต่อไป...สบายดีกันทุกคนนะคะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ arts delivery แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ arts delivery แสดงบทความทั้งหมด

4/25/2552

จิตรกรรมสีน้ำมัน


จิตรกรรมสีน้ำมัน Oil painting
.
.

จิตรกรรมสีน้ำมัน หรือ ภาพเขียนสีน้ำมัน (ภาษาอังกฤษ: Oil painting)
คือการเขียนภาพโดยใช้สีฝุ่นที่ผสมกับน้ำมันแห้ง (drying oil)
โดยเฉพาะในตอนต้นของยุโรปสมัยใหม่กับน้ำมันลินซีด (linseed oil)
ตามปกติแล้วก็จะต้มน้ำมันเช่นลินซีดกับยางสน
หรือยางสนหอม (frankincense)
ส่วนผสมนี้เรียกว่า “น้ำมันเคลือบ” (varnish)
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพเขียนมีความหนาและเป็นเงา
.
.
.
น้ำมันอื่นที่ใช้ก็มี น้ำมันเม็ดฝิ่นน้ำมันวอลนัท และน้ำมันดอกคำฝอย
น้ำมันแต่ละอย่างก็มีคุณภาพต่างๆ กัน
เช่นอาจจะทำให้สืเหลืองน้อยลง
หรือใช้เวลาแห้งไม่เท่ากัน
บางครั้งก็จะเห็นความแตกต่างจากเงาของภาพเขียน
แล้วแต่ชนิดของน้ำมัน
.
.
.
จิตรกรจะใช้น้ำมันหลายชนิดในภาพเขียนเดียวกัน
เพื่อให้ได้ลักษณะของภาพเขียนออกมาตามที่ต้องการ
การแสดงออกของสีก็จะต่างกันตามแต่วัสดุที่ใช้เขียน
จิตรกรรมสีน้ำมัน เป็นกรรมวิธีสร้างสรรค์ศิลปะ
ที่เรารับมาจากสังคมตะวันตก
เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด
โดยใช้วัสดุ อุปกรณ์ รูปแบบ เนื้อหา และเทคนิควิธีต่างๆ
เข้ามาพร้อมๆกัน
.
.
.
แม้เอกลักษณ์ในความเป็นชาติไทยจะยังคงมีอยู่
แต่เราคงจะปฏิเสธการแพร่เข้ามานั้นไม่ได้
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นตามกระแสความนิยมของมนุษย์
แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เมื่อเรารับรู้เพียงบางส่วน
หรือรับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในลักษณะตัดยอดชำ
โดยมิได้ศึกษาอย่างถ่องแท้ในเรื่องของความเป็นมา
ความเชื่อมโยงหรือหลักการต่างๆ
รวมถึงปรากฏการณ์ต่างๆที่สะท้อนให้เห็นความกังวลข้างต้นนั้น
จึงส่งผลให้มีความพยายามที่จะพลักดันให้การปฎิบัติ
สัมพันธ์กับความรู้ ความคิด
มิใช่เพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น
.
.
.
และได้แต่หวังว่า ความรู้ ความคิด และหลักการต่างๆ
จะช่วยพัฒนาให้กรรมวิธีสร้างสรรค์ศิลปะ
ที่เรารับมาจากสังคมตะวันตกให้เป็นไปอย่างมีทิศทาง
และเราก็คงปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า
การนำศิลปะตะวันตกเข้ามา จำเป็นจะต้องศึกษาให้ชัดเจน
เพื่อความเป็นสากลหรือเพื่อการก้าวล้ำหน้าตะวันตกก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
.
.

ความเป็นศิลปะตะวันตกและกรรมวิธีในการสร้างสรรค์งานศิลปะ
ได้หล่อหลอมมานับด้วยพันๆปี
แม้กรรมวิธีการเขียนภาพสีน้ำมัน
ก็มีวิวัฒนาการมาแล้วไม่น้อยกว่า 500 – 600 ปีมาแล้ว
แม้แต่ในเรื่องการสร้างสรรค์งานจิตรกรรม
ภาพเขียนของชาวโรมันจากซากปรักหักพัง
ที่ภูเขาไฟวิสเวียสถล่มทลายเมืองปอมเปอี เมืองเฮอร์คิวเลเนียม
และไถ่บาปด้วยการทะนุถนอมผลงานภาพเขียนเหล่านั้นไว้
.
.
.
ภาพเขียนของชาวโรมันได้บ่งบอกเส้นทางการเดินทาง
ของจิตรกรรมตะวันตกไว้พอสมควร
และนั่นก็เป็นปรากฎการณ์ที่นับได้ประมาณ 2000 ปีมาแล้ว
ในช่วงสมัยกลางของยุโรป ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 4-13
การสร้างสรรค์จิตรกรรมของชาวยุโรปชะงักงันลง
ภาพเขียนคนในช่วงเวลานั้นเป็นไปอย่างแข็งกระด้าง
ผลงานออกแบบขาดสัดส่วนที่งดงาม
มิได้มีลักษณะเลียนแบบธรรมชาติ
โดยมีศาสนาเป็นตัวครอบงำทั้งรูปแบบเนื้อหา
.
.
.
ถ้ามองย้อนไปสู่ประวัติศาสตร์ยุโรป
ในช่วงเวลานั้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 6 – 8
ผู้คนได้อพยพย้ายถิ่นฐานจากเมืองไปสู่ชนบท
เพื่อหลีกหนีอนารยชน แม้ราชวงศ์ก็มิได้ยกเว้น
ด้วยประวัติศาสตร์และความสับสนเหล่านี้
ก็คงพอเป็นที่คาดเดาได้ว่า สังคมในช่วงเวลานั้น
กำลังขาดแคลนช่างฝีมือหรือจิตรกรตามไปด้วย
.
.

ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 11
รุ่งอรุณของการสร้างสรรค์ศิลปะเริ่มฉายแสงขึ้น
แต่ก็ยังคงเป็นไปในสาระของศาสนา
และสร้างศิลปะในลักษณะที่ยังมิได้แยกให้เห็นความเป็นศิลปิน
ของแต่ละบุคคล
ต่อมาผลงานจิตรกรรมจึงค่อยๆแสดงอิสรภาพและแสดงออก
ซึ่งความเป็นปัจเจกของศิลปินแต่ละคนมากขึ้น
.
ในคริสต์ศตวรรษถัดมา ประชาชนคืนชีวิตกลับสู่เมืองมากขึ้น
ศิลปะงานฝีมือ และสินค้า
ได้มีบทบาทและยกฐานะชนชั้นกลางให้มีความสำคัญมากขึ้น
ศิลปินเข้าไปมีบทบาทอยู่ในสำนักช่าง
และมิได้สร้างงานศิลปะแต่เพียงภายในโบสถ์
และภายใต้คำบงการของสถาปนิกเท่านั้น
แต่กลับสร้างสรรค์งานอยู่ในห้องทำงานของตน
ศิลปินผู้เป็นเจ้าของทั้งวัสดุอุปกรณ์และเวลาในการทำงานของตนเอง
เขาพร้อมที่จะจินตนาการและทำงานอย่างไรก็ได้ตามใจปรารถนา

4/23/2552

แอ็บสแตรคเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ : ลัทธิสำแดงพลังอารมณ์แนวนามธรรม

แอ็บสแตรคเอ็กซ์เพรสชันนิสม์
ลัทธิสำแดงพลังอารมณ์แนวนามธรรม
.
.
แอ็บสแตรคเอ็กซ์เพรสชันนิสม์:ลัทธิสำแดงพลังอารมณ์แนวนามธรรม (Abstract Expressionism)
เป็นศิลปะในช่วงระหว่าง: กลางคริสต์ทศวรรษ 1940-ทศวรรษ 1950
คำว่า แอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์
มีที่มาจากการพยายามอธิบายงานจิตรกรรมนามธรรม
ของ วาสสิลี่ คานดินสกี้ (Wassily Kandinsky) ในระหว่างปี 1920
ต่อมาคำๆนี้ไปปรากฏในข้อเขียนสำหรับอธิบายงานจิตรกรรมร่วมสมัย
ที่เขียนโดย โรเบิร์ต โคเตส (Robert Coates)
ในนิตยสาร “นิวยอร์คเกอร์” (New Yorker) ฉบับวันที่ 30 มีนาคม 1946
.
.
นักวิจารณ์ผู้ทรงอิทธิพลที่สนับสนุนศิลปะแบบ แอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์
คือ ฮาโรลด์ โรเซนเบิร์ก (Harold Rosenberg) และ คลีเมนท์ กรีนเบิร์ก (Clement Greenberg)
เคยให้ศัพท์อื่นๆ เอาไว้ เรียกงานในแนวเดียวกันนี้ว่า
แอ็คชัน เพนติ้ง (Action painting)
และ อเมริกัน สไตล์ เพนติ้ง (American-style painting)
แต่ในที่สุดคำว่า แอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์
ก็เป็นคำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอเมริกา
.
.
ส่วนในยุโรปจะมีการใช้คำว่า อาร์ต อินฟอร์เมล (Art Informel)
แอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ เป็นกระแสศิลปะแรกในอเมริกา
ที่เกิดจากเหล่าศิลปินชาวยุโรปที่อพยพมาสหรัฐอเมริกา
พวกเขาเหล่านี้หนีภัยเผด็จการของพวกนาซีจากเยอรมนี
แอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ คือ...
ผลจากการสังเคราะห์ศิลปะหลากหลายรูปแบบ
ตั้งแต่งานแนว เอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ (Expressionism)
โดย วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh)
งานนามธรรมโดย คานดินสกี้
งานที่เน้นสีสันในพื้นที่ใหญ่ๆ ของ อองรี มาติสส์ (Henri Matisse)
ไปจนถึงงานที่เป็นรูปทรงอิสระแบบธรรมชาติ “ออแกนิค” (organic)
และงานจากจิตไร้สำนึกของพวก เซอร์เรียลลิสม์ อย่าง โจน มิโร (Joan Miro)
มีเพียงงานแนวเรขาคณิตและแนวเหมือนจริงเท่านั้น
ที่ไม่ได้ถูกรวมเข้าไปในรูปแบบอันหลากหลาย
ของแอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์
.
.
สำหรับ แอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ แล้ว
พวกเขามีส่วนร่วมกันในเรื่องของ “ทัศนคติ”
มากกว่าจะเหมือนในเรื่องของ “รูปแบบ”
ตัวอย่างเช่น ผลงานที่เกิดจากการหยอด การหยดสี
ของ แจ็คสัน พอลล็อค (Jackson Pollock)
มีอะไรที่คล้ายกับพื้นสีอันกว้างใหญ่
ของ มาร์ค รอธโก (Mark Rothko) น้อยมาก
แต่ที่แน่ๆ พวกศิลปินกลุ่มนี้จะคล้ายกันในเรื่อง
การแสดงออกทางอารมณ์และกายภาพ
วิธีคิด วิธีทำงานและแนวงานแบบนี้
ตรงกันข้ามกันอย่างมากกับแนวงาน โซเชียล เรียลลิสม์ (Social Realism)
ที่ทำกันแพร่หลายในทศวรรษ 1930
แนวงานแบบ แอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์
คืออีกตัวอย่างอันสุดขั้วของแนวคิดแบบสมัยใหม่ (modernist)
ที่เน้นความเป็นต้นแบบต้นฉบับ
ความเป็นปัจเจกเฉพาะตัวของศิลปิน
การทำงาน (เขียนภาพ) โดยแทบจะไม่อ้างอิงถึงสรรพสิ่งใดๆในโลก
แต่จะมุ่งไปที่การแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกที่สดฉับพลัน
ผ่านสีสันและฝีแปรง...เท่านั้น
เสน่ห์ของงานศิลปะที่นำมาฝากกัน คงช่วยให้คุณๆ หลงรักงานศิลปะมากขึ้นแล้ว..หรือเปล่า?

4/19/2552

ศิลปะสมัยใหม่

ศิลปะสมัยใหม่

วันนี้เจอภาพศิลปะสวยๆ น่าสนใจ จึงเอามาฝาก
เป็นภาพศิลปะ ที่มีเสน่ห์อีกชนิดหนึ่งที่ดิฉันชอบและสนใจมาก
ได้แก่ "ศิลปะสมัยใหม่"
ซึ่งศิลปะสมัยใหม่ เป็นศิลปะตั้งแต่ กลาง พ.ศ.2300 เป็นต้นมา
เป็นงานที่มีลักษณะเป็นสากล และเป็นแบบอย่างของแต่ละคน
มากว่าที่จะเป็นแบบอย่างศิลปะแห่งแคว้น
ซึ่งเป็น แบบที่มีความแตกต่างกันจนยากที่จะกล่าวอย่างผิวเผินได้
ศิลปะสมัยใหม่ นิยมใช้วัสดุและเทคนิคใหม่ๆ
รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์อย่างรวดเร็ว
พร้อมทั้งผลผลิตของเครื่องจักรกล ได้สะท้อนไปสู่งานศิลปะ
ทำให้รูปแบบของศิลปะมีความหลายหลายมากยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน ความรู้ทางด้านจิตวิทยาและวิชาฟิสิกส์
ได้จัดแจงรูปแบบความคิดของศิลปินที่มีต่อมนุษย์ และโลกทางกายภาพขึ้นใหม่
อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถที่จะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆได้

แม้ว่าแนวโน้มศิลปะหลายๆ แบบในสมัยพุทธศตวรรษที่ 25
จะได้พยายามลดคุณค่าแบบอย่างศิลปะส่วนตนไปบ้าง
แต่แนวโน้มที่แพร่หลายไปนี้ ก็เน้นหนักที่ความคิดริเริ่มเป็นสำคัญ

ลักษณะ สำคัญของงานศิลปะสมัยใหม่
จึงเป็นปฏิกิริยาที่ศิลปินแต่ละคนแสดงออกต่อโลกรอบตัว
การค้นหาอาณาจักรความฝันเฟื่องของแต่ละคน
ารสร้างโลกทัศน์ใหม่ ของตัวเองจากวัสดุ
และเทคนิควิธีการที่แปลกใหม่ ไปจากเดิม
เหล่านี้เป็นลักษณะ สำคัญของงานจิตรกรรม
ประติมากรรมแห่งพุทธศตวรรษที่ 25
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีความสนใจในศิลปะวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม
และได้รับอิทธิพลจากศิลปะใน แบบดั้งเดิมอีกด้วย



สรุปแล้ว งานศิลปะสมัยใหม่ เป็นรูปแบบเฉพาะของศิลปินแต่ละคน
เน้นความ เป็นตัวของตัวเองของศิลปินแต่ละกลุ่มซึ่งมีมากมายหลายกลุ่ม
แต่ละกลุ่มก็มีแนวคิด เทคนิค วิธีการที่แตกต่างกันออกไปอย่างหลากหลาย
บ้างก็สะท้อนสภาพสังคม บ้างก็แสดงมุมมองบางอย่างที่แตกต่างออกไป
บ้างก็แสดงภาวะทางจิตของศิลปิน และกลุ่มชน
บ้างก็แสดงความประทับใจในความงามตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ซึ่งได้มีการนำเอาวัสดุอุปกรณ์แบบใหม่ ๆ
รวมถึงเครื่องจักรกลเข้ามาใช้ในการสร้าง สรรค์งานมากขึ้น


การบริโภค หรือการสนับสนุนงานศิลปะ
ม่จำกัดอยู่ที่ชนชั้นสูง ขุนนาง หรือผู้ร่ำรวยเท่านั้น
แต่ยังตอบสนองต่อประชาชนทั่วไปอีกด้วย
ไม่เพียงแต่ รูปแบบที่หลากหลายทางศิลปะเท่านั้นที่เกิดขึ้น
รูปแบบศิลปะสมัยดั้งเดิมก็ยังได้รับความนิยม และสืบทอดต่อกันมาจนถึงสมัยปัจจุบันด้วย

4/07/2552

การป้ายสี ที่มีแต่ความสวย..


เอาภาพศิลปะ สวยๆมาฝากค่ะ

ศิลปะประเภทนี้ เป็นศิลปะที่ใช้เทคนิคการป้ายสี ซึ่งเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ดิฉันดูว่ามีเสน่ห์ นั่นคือ ศิลปะแบบ Impressionism เป็นการใช้พู่กันตระหวัดสีอย่างเข้มๆ ใช้สีสว่างๆ มีส่วนประกอบของภาพที่ไม่ถูกบีบ เน้นไปยังคุณภาพที่แปรผันของแสง เนื้อหาของภาพเป็นเรื่องธรรมดาๆ และมีมุมมองที่พิเศษ จิตรกรแนว อิมเพรสชั่นนิสม์ ได้ชื่อว่าเป็นพวกขบถ เพราะพวกเขามักวาดภาพจากสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าให้ดูแปลกประหลาดและอย่างไม่สิ้นสุด นักวาดแนวนี้ ปฏิเสธ ที่จะนำเสนอความงดงามในอุดมคติ และมองไปยังความงามที่เกิดจากสิ่งสามัญแทน พวกเขามักจะวาดภาพกลางแจ้งมากกว่าในห้องสตูดิโออย่างที่ศิลปินทั่วไปนิยมกัน เพื่อที่จะลอกเลียนแสงที่แปร เปลี่ยนอยู่เสมอในมุมมองต่างๆที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นๆ

จะเห็นได้ว่า การ "ป้ายสีทางศิลปะ" เป็นเทคนิคหนึ่ง ที่ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ใช้สร้างสรรค์ผลงานให้มีแต่ความสวย แต่ในปัจจุบันบ้านเรา มี"การป้ายสี"กันในสังคมรวมถึงในระดับประเทศ ซึ่งมีแต่จะทำให้เสื่อม...ดูภาพสวยๆ ที่เอามาฝาก แก้เครียดกันดีกว่า...